Print

สองประเด่นสำคัญในข่าวประเสริฐที่มักถูกละเลย

on .

One Way Signโดย ศจ. เควิน ดียัง (Kevin DeYoung)

มันน่าแปลกใจว่าบ่อยครั้งหลายคนคิดว่าพวกเขาได้เล่าเรื่องของคริสเตียนหรือ ได้ยินข่าวประเสริฐแล้ว  แต่มันก็ยังไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับความบาป หรือการกลับใจใหม่เลย

เรื่องของข่าวประเสริฐนั้นไม่ใช่แค่คำเชิญชวนเพื่อให้มารู้จักกับความรักของ พระเจ้า หรือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระองค์ หรือแค่มีชีวิตนิรันดร์ทั้งหมดนี้ก็จริงอยู่ แต่การทรงเรียกที่ให้คนมีความเช่ือที่แท้จริงนั้นจะต้องประกอบไปด้วยการกลับ ใจใหม่

 

กิจการของอัครทูต 13:38-39 กล่าวว่า "เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายจงเข้าใจเถิดว่า โดยพระองค์ (พระเยชู) จึงมีการประกาศการยกโทษบาปแก่ท่านทั้งหลายและโดยพระองค์นี้เองทุกคนที่เชื่อ จะพ้นโทษบาปได้ทุกอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้โดยธรรมบัญญัติของโมเสส” 

ธรรมบัญญัติของโมเสสไม่อาจช่วยให้คุณเป็นอิสระจากความบาปได้คุณไม่สามารถ มั่นอกมั่นใจในการรู้ว่า ตนเป็นคนชอบธรรมต่อพักตร์พระเจ้าได้โดยอาศัยวิธีการรักษาธรรมบัญญัติ ธรรมบัญญัตินั้นไม่สามารถปลดปล่อยให้คุณเป็นอิสระจากการลงโทษได้เลย นี่แหละคือสาเหตุที่มหาปุโรหิตจำต้องถวายเครื่องบูชาทุกปีเป็นเวลาหลายร้อยปี

คุณไม่สามารถจะมีเสรีภาพจากความผิดบาปได้โดยการวิงวอนร้องขอหรืออาศัยคุณ ความดีของบรรพบุรุษของคุณ  หรือแม้กระทั่งศีลธรรมอันเคร่งครัดทางศาสนาของคุณ ในทางเดียวกัน คุณก็ไม่อาจจะเป็นอิสระจากความบาปได้เพียงเพราะคุณเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งคุณมีส่วนร่วมอย่างมากในเรื่องของการเรียกร้องความยุติธรรม หรือแม้แต่เพราะคุณมาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่ที่เข้มงวดกวดขันนั้นก็ไม่ช่วย อะไรเลย มีแต่พระเยซูเท่านั้น  คือพระผู้ช่วยให้รอดที่สามารถปลดปล่อยให้คุณเป็นอิสระจากความผิดบาปได้

เรามีปัญหาอยู่ คือว่าเรากำลังเป็นทาสของความบาป เราอยู่ภายใต้คำสาปแช่งและจะต้องได้รับโทษเพราะความบาปของเรา เรารักที่จะทำบาป เราดำเนินชีวิตอยู่ในความบาป เราเกิดมาในความบาป และขาดจากพระคริสต์แล้วเราก็จะตายอยู่ในความบาปนั่นเอง

มีทางสู่เสรีภาพอยู่ทางเดียว คือการกลับใจใหม่และเชื่อวางใจในพระ เยซูคริสต์

บทความนี้ถูกแปลและลงเว็บโดยรับอนุญาตจาก The Gospel Coalition

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn