Print

6 ประการที่คริสเตียนจะสังเกตุดูได้ว่า คริสตจักรของตนเองนั้นเป็นคริสตจักร ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง เทียมเท็จหรือไม่

on .

บทความข้างล่างนี้ถูกแปลจาก Six Keys to Detecting the ‘Prosperity Gospel' โดย John Piper. ©2014 Desiring God Foundation. Website: desiringGod.org

John Piper สอนในเรื่องคำสอนเทียมเท็จ ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง และ 6 ประการที่คริสเตียนจะสังเกตุดูได้ว่า คริสตจักรของตนเองนั้นเป็นคริสตจักร ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง เทียมเท็จหรือไม่

1. คริสตจักรขาดคำสอนพระคัมภีร์ในด้านการทนทุกข์ทรมานของคริสเตียน (The absence of serious doctrine of the Biblical necessity and normalcy of sufferings)

  • กจ. 14:21-22 ข่าวประเสริฐที่ประกาศนั้น ผู้เชื่อจำเป็นต้องทนความยากลำบากมากจึงจะเข้าแผ่นดินของพระเจ้าได้

  • รม. 8:23 ตั้งแต่ข้อ 18 มา ได้พูดถึงเรื่องของความทนทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบัน และคริสเตียนที่ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรกนั้น ก็ต้องทนทุกข์ ต้องคร่ำครวญ เพื่อให้กายรอดตาย

  • ยน. 16:20 คริสเตียนไม่ได้ใหญ่กว่าพระเยซู ผู้ซึ่งยังต้องรับการถูกข่มเหง และเราทั้งหลายที่เป็นผู้ติดตามพระองค์ด้วย ก็ต้องผ่านการถูกข่มเหงเช่นพระองค์ด้วย

  • ฮบ. บทที่ 12 และ 2 คร. บทที่ 1 ได้สอนว่า คริสเตียนต้องได้รับการตีสอนและความทุทข์ยาก เพราะว่าการมีส่วนทนทุกข์กับพระคริสต์มากฉันใด ความชูใจของเราเนื่องจากพระคริสต์ก็มากฉันนั้น 2 คร. 1:5

 

2. คริสตจักรขาดคำสอนพระคัมภีร์ในด้านการปฏิเสธตนเองของคริสเตียน (The absence of a clear and prominent doctrine of self-denial)

  • ลก. 9:23 พระเยซูเองสอนให้สาวกต้องเอาชนะตนเอง รับกางเขนของตนและแบกตามพระองค์ทุกวัน

  • รม. 8:13 เปาโลเองได้สอนว่า ถ้าเราเอาแต่ปรนเปรอชีวิตตามฝ่ายเนื้อหนัง เราจะต้องตายฝ่ายวิญญาณ

  • ฟป. 3:3-8 เปาโลเห็นว่าทุกสิ่งก็เป็นเหมือนหยากเยื่อเมื่อเทียบกับความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์

3. การขาดการเทศนาสั่งสอนพระคัมภีร์อย่างจริงจัง (The absence of serious exposition of the Scripture)

คริสตจักรขาดการเทศนา หรือการสอนพระคัมภีร์อย่างจริงจัง ศบ. จะใช้วิธีการเทศนาเฉพาะแบบหัวข้อ และหัวข้อที่ตนเองชอบ แล้วเทศนาซ้ำ ๆ ซาก ในเรื่องเดียวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความมั่งคั่ง การเพิ่มพูนคริสตจักร ฯลฯ โดยไม่ได้ส่ำสอนเนื้อหาคำสอนหลักในพระคัมภีร์ให้กับสมาชิกในคริสตจักรได้เข้าใจ พึงตั้งข้อสังเกตุเอาไว้ก่อนว่า คริสตจักรที่ตนอยู่นั้น น่าจะเป็นคริสตจักรเทียมเท็จข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง

 

4. ขาดการจัดการอย่างจริงจังกับความตึงเครียดในข้อพระคัมภีร์ (The absence of serious dealing with tension in the Scripture)

คริสตจักรชอบเอาข้อพระคัมภีร์ที่ชอบมาสอน โดยไม่ยอมเอาข้อพระคัมภีร์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ ซึ่งขัดแย้งกับข้อพระคัมภีร์ดังกล่าว มาอธิบายตีความให้เกิดความกระจ่างแจ้งในคำสอนตามหลักการตีความหมายพระคัมภีร์ที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะเกิดจากความไม่รู้หรือเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของศิษยาภิบาลก็ตาม

 

5. วิถีการดำเนินชีวิตของศิษยาภิบาลที่ใช้จ่ายมากเกินขอบเขตตามแบบอย่างของพระเยซู (Exorbitant lifestyle of the Pastor)

ศิษยาภิบาล ที่ชอบใส่เสื้อผ้าหรู ๆ ขี่รถเก๋งคันโต ๆ มีบ้านหลังใหญ่ ๆ เกินกว่าสมาชิกโดยเฉลี่ยในคริสตจักรที่มีใช้จ่าย และไม่ได้มีแบบอย่างการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายขององค์พระเยซูที่ไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน

 

6. ชีวิตของศิษยาภิบาลได้แสดงออกถึงสง่าราศีของพระเจ้าหรือไม่ (Is there a prominence of self and the marginalization of the greatness of God?)

มีชีวิตที่แสดงออกถึงการกลับใจ เสียใจกับความบาปของตนเองอย่างแท้จริง และถ่อมใจลง ทั้งชีวิตส่วนตัวที่ปรากฎต่อคริสตจักร และต่อสาธารณชน

 

และนั่นคือ 6 ประการที่ผมจะใช้สังเกตุดูว่าคริสตจักรของตนจะเป็นคริสตจักรที่คำสอนเทียมเท็จข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองหรือไม่

 

บทความข้างลบนนี้ถูกแปลจาก Six Keys to Detecting the ‘Prosperity Gospel' โดย John Piper. ©2014 Desiring God Foundation. Website: desiringGod.org

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn