Print

หนังสือ ซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า (God's Super-Apostles)

Written by Karl Dahlfred on .

บทความนี้ถูกแปลจาก "God's Super-Apostles" โดย Tim Challies
บทความนี้ถูกแปลและโปสต์โดยรับอนุญาตจากผู้เชียน

จริง ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะอ่านหนังสือเล่มนี้ มันมาอยู่ที่หน้าบ้านผมเอง และจากการแค่มองผ่านตาไปเพียงแวบเดียว กลายเป็นได้ต้องอ่านหนังสือหมดไปทั้งเล่ม เช่นเดียวกับนักอ่านหนังสือทั่วไปที่มองหาการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่น่าสนใจ ผมก็ได้มีประสบการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกัน

มีการเคลื่อนไหวทางคริสตจักรใหม่ที่กำลังมีบทบาท และได้ดึงดูดคริสเตียนเข้าเชื่อมากขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับคำสอนอีกมากมายก่อนหน้านี้ มันได้เริ่มต้นขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแพร่กระจายไปทั่วโลก ผมได้เห็นความจริงของมันหลายอย่างที่นี่ในแคนาดา มันเรียกว่าลัทธิการปฏิรูปอัครสาวกใหม่ (New Apostolic Reformation หรือ NAR) ซึ่งเป็นเรื่องซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า ที่ได้รับการกล่าวขานมามากพอสมควร

นาร์ (NAR) เป็นการเคลื่อนไหวที่สอนเรื่องการกลับคืนมาของbuy from amazon.2. V192207737 อัครสาวกและผู้พยากรณ์ในคริสตจักร คริสเตียนเชื่อว่า “พระเจ้าต้องการให้อัครสาวกและผู้พยากรณ์เป็นผู้ปกครองคริสตจักร ไม่เพียงแค่ในคริสตจักรยุคต้นเท่านั้น แต่คริสตจักรในทุกยุกทุกสมัย แต่คริสตจักรไม่ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องมาโดยตลอด” แต่กลับให้ศิษยาภิบาลและผู้ปกครองกระทำแทน ที่ต้องตั้งชื่อว่า การปฏิรูปอัครสาวกใหม่หรือนาร์ ก็เพราะเป็นการคืนอำนาจอัครสาวกและผู้พยากรณ์ให้คริสตจักร และเป็นการปฏิรูปเพราะว่า มันเหมือนการปฏิรูปโปรเตสแตนต์ก่อนหน้า ที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงคริสตจักร

นาร์ เริ่มต้นจากผู้คน เช่น ซี ปีเตอร์ วากเนอร์ (Peter Wagner) - ริช จอยเน่อร์ (Rick Joyner) - ไมค์ บิคเคิล (Mike Bickle) – บิล จอห์นสัน (Bill Johnson) และซินดี้จาคอบส์ (Cindy Jacobs) และองค์กรต่าง ๆ เช่น บ้านอธิษฐานระหว่างประเทศ (International House of Prayer) – ที่ถูกทรงเรียก (The Call) – ทีวีพระเจ้า (God TV) – เครือข่ายทีวีตรีเอกานุภาพ หรือทีบีเอน (Trinity Broadcasting Network) และนิตยสารแคริสม่าร์ (Charisma Magazine) ที่พวกเรารู้จักกันดี คุณจะรู้ได้ว่าคุณพบกับพวกมันแล้วเมื่อคุณได้ยิน ศัพท์ประหลาด เช่น การกระตุ้นเร้า การครอบครอง คำสาปยุคสู่ยุค เดินอธิษฐาน การแช่หรือการทำแผนที่จิตวิญญาณ ปัจจุบัน คาดว่ามีคริสเตียน 3 ล้านคนในอเมริกาที่มีส่วนเกี่ยวข้องเต็มที่กับ นาร์ และอีกหลาย ๆ แสนหรือหมาย ๆ ล้านที่ได้รับอิทธิพลคำสอนหลวม ๆ จากนาร์ พูดสั้น ๆ ก็คือ เป็นการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพและกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในหนังสือ ซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า อาร์ ดักลาส กีฟเวท (R. Douglas Gievett) ศาสตราจารย์ปรัชญาแห่งโรงเรียนพระคริสธรรมทัลบอต (Talbot School of Theology) ที่มหาวิทยาลัย บีโอล่า (Biola University) และ โฮลี่ พิเวค (Holly Pivec) นักวิจัยและนักหนังสือพิมพ์ ได้ร่วมมือการศึกษาและตอบคำถามการเคลื่อนไหวของ นาร์ โดยการสร้างแบบจำลองการทำงานของชาวบาเรียนในพระธรรมกิจการ 17 พวกเขามองไปที่การเคลื่อนไหวใหม่นี้ และหันไปดูว่ามีพระวจนะของพระเจ้าที่จะสนับสนุนได้หรือไม่ และก็ไม่ได้เป็นที่น่าแปลกใจอะไรเลยที่พวกเขาพบว่าขบวนการเคลื่อนไหวและคำ สอนที่เหิมเกริมและโดดเด่นมากที่สุดของนาร์ ไม่เพียงไม่มีในพระคัมภีร์เท่านั้น ยังขัดต่อหลักคำสอนในพระคัมภีร์โดยสิ้นเชิง

สิ่งแรกสุดที่พวกเขาศึกษา คือ ดูอัครสาวกที่นาร์สอนกัน แล้วก็ไปดูตัวอย่างและคำอธิบายของอัครสาวกในพันธสัญญาใหม่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ปรากฎว่าความเชื่อและความเป็นผู้นำของคำสอนนาร์ไม่ได้มีข้อพระคัมภีร์ สนับสนุนมากนัก ผู้เขียนทำเช่นเดียวกันกับผู้เผยพยากรณ์ และอีกครั้งพบว่ามีหลายสิ่งในคำสอนนาร์ ที่ขัดต่อพระคัมภีร์ จากนั้นก็ไปดูคำสอนหลักบางอย่างของนาร์ เช่น สงครามฝ่ายวิญญาณและพระสัญญา (ซึ่งมักจะเป็นคำสอนข่มขู่คริสเตียนมากกว่า) ความเป็นหนึ่งเดียวของอัครสาวก พวกเขาจบการศึกษาลงที่เรื่องความอัศจรรย์และปาฏิหาริย์ของผู้รับใช้ โดยไม่เห็นด้วยกับความเข้าใจและคำสอนของนาร์ในเรื่องปาฏิหาริย์

หนังสือเล่มนี้ได้ทำการเปรียบเทียบคำสอนนาร์กับคำสอน “ไฟที่แปลกประหลาด” (Strange Fire) ของอาจารย์จอห์น แมคอาเธอร์ (John MacArthur) และถึงแม้ว่าจะได้มาซึ่งข้อสรุปหลายอย่างที่เหมือนกัน แต่ก็เป็นงานที่มีความมุ่งเน้นที่แตกต่างกันมาก เพราะไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับข้อบกพร่องของการสำแดงในระดับตัวบุคคล แต่จะดูภาพการเคลื่อนไหวโดยทั่วไปและพบเห็นข้อบกพร่องมากกว่า อาจจะทำให้คนมองเป็นว่าผู้เขียนมีวาระซ่อนเร้นอยู่ และไม่จริงใจกับการศึกษาขบวนการณ์นาร์เพื่อค้นหาความจริง อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็ได้ตอบคำถามเหล่านี้เอาไว้: “ผู้อ่านบางคนอาจสงสัยว่าพวกเรามีอคติกับ แคริสเมติก อาจคาดว่าพวกเราจะถกเถียงเรื่องของประทานใน 1 โครินธ์ 12 – รวมถึงของประทาน การพยากรณ์ การรักษาโรค และการพูดภาษาแปลก – ที่ไม่มีการในคริสตจักรแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา คริสเตียนจำนวนมากทั่วโลกรวมทั้ง แคริสเมติก และเพนทาคอสคลื่นที่หนึ่ง เชื่อว่าของประทานการอัศจรรย์ยังมีอยู่ในปัจจุบัน และเราก็ไม่ได้โต้แย้งในความเชื่อนี้ ที่เราจะแสดงให้เห็นคือ คำสอนของนาร์ไม่สอดคล้องกับความเชื่อส่วนใหญ่ของ แคริสเมติก และหรือเพนทาคอสคลื่นที่หนึ่ง โดยมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

มีสิ่งเดียวที่ผมกังวลกับหนังสือเล่มนี้คือตรรกะและรูปแบบการนำเสนอ แน่นอน ผมเห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มาก แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีสมาชิกนาร์กี่คนที่เชื่อ คุณคงเคยได้ยินว่า “คุณไม่สามารถพูดเหตุผลให้คนที่ไม่มีเหตุผลเข้าใจได้ และเป็นที่น่าเศร้าที่ผู้ที่ถูกหลอกไปเป็นนาร์ จะมีภูมิคุ้มกันต่อเหตุผลที่ผู้เขียนนำเสนอ สมาชิกนาร์ได้รับการฝึกอบรมในการที่จะมองข้ามพระคัมภีร์ ในคำสอนเรื่องการอัศจรรย์และคำพยากรณ์ หลายคนถึงขนาดพูดเป็นนัย ๆ หรือประกาศอย่างโจ๋งครึ่มเลยว่าพระคัมภีร์ไม่ได้เป็นสิทธิอำนาจสูงสุดในการ ปฏิบัติของพวกเขา แต่ผู้เขียนก็ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยทำการเปรียบเทียบคำสอนนาร์กับคำสอนในพระคัมภีร์ ก็เป็นความหวังว่า สมาชิกนาร์จะได้อ่านหนังสือเล่มนี้และอย่างน้อยก็ลองตรึกตรองดู หนังสือ ซูเปอร์อัครสาวกของพระเจ้า เป็นหนังสือที่อ่านง่าย และให้ความรู้ในเชิงลึก โดยมีพระคัมภีร์เป็นข้อสรุปที่ชัดเจน คุ้มที่จะอ่านไม่ว่าคุณต้องการเพียงที่จะเข้าใจ นาร์มากขึ้นหรือเพียงต้องการที่จะประเมินผลของคำสอนมัน

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn