Print

ทำไม ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง จึงเป็นแชร์ลูกโซ่ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Written by Nicholas McDonald on .

บทความนี้ถูกแปลจาก Why the Prosperity Gospel Is the Worst Pyramid Scheme Ever เขียนโดย Nicholas MacDonald

ผมมีคำสารภาพ

เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยศิษยาภิบาลคริสตจักรใหญ่แห่งหนึ่ง ผู้เขียนสอนให้ผมใช้ชีวิตเหมือนเด็กในพระคริสต์ เขาบอกผมว่าพระเจ้าต้องการที่จะอวยพรผม นอกจากนี้ เขายังบอกผมว่า ถ้าเพียงว่าผมเชื่อเท่านั้น พระเจ้าจะให้บ้านที่สวยงามที่สุดกับผมในละแวกบ้านที่ผมอยู่ ฟังดูก็น่าจะเป็นไปได้

ผู้เขียนอธิบายว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยต้องการบ้านที่ดีที่สุดในละแวกบ้านใกล้เคียงของเขา และพระเจ้าได้ให้กับเขา นี่เป็นคนที่พูดโดยมีหลักฐานประกอบด้วย ไม่เพียงเขามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ้านเท่านั้น เขาได้เล่าอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ฟังอีก และยังมีชุดฟันเงางามเต็มปากอีกหนึ่งชุดด้วย (โอ้ ช่างขาวอร่ามงามตาอะไรเช่นนั้น ผมคิดในใจ)

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เรียนรู้ในสิ่งเรียกกันว่า "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" หรือ "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองในสุขภาพและความร่ำรวย" เป็นครั้งแรก ในเวลานั้น ผมฟังดูแล้วก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดี: "ถ้ามันเกิดขึ้นกับเขาได้ แล้วทำไมมันจึงจะเกิดขึ้นกับตัวผมเองไม่ได้เล่า"

ถ้าเพียงแต่ผมได้ขุดลงไปดูลึกอีกหน่อย ผมก็คงจะได้เห็นเหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไมมันจึงเกิดขึ้นกับเขาได้และเกิดกับตัวผมเองไม่ได้ เพราะว่า "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" นั้น แท้จริงมันเป็นแชร์ลูกโซ่

แล้วแชร์ลูกโซ่มันเป็นอะไรหรือ

แชร์ลูกโซ่ทำงานแบบนี้

ขั้นตอนที่หนึ่ง: มีห้างที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งหนึ่งต้องการจะทำเงินจำนวนมาก ได้กล่าวกับหญิงชราสองคนว่า ถ้าพวกเธอขายสินค้า "อัศจรรย์ A-3000" ของพวกเขาได้ ก็จะมีเงินมากพอที่จะใช้ทำอะไรที่พวกเธอชอบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเริ่มกิจการเป็นจำนวนเงิน $ 401.76 และก็แน่นอน สินค้า "อัศจรรย์ A-3000" เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นอะไร เพราะมันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องการสินค้าอะไรแต่ประการใด มันเป็นเรื่องของการสรรหาพนักงานขายมากขึ้นเท่านั้น

ขั้นตอนที่สอง: หญิงชราตัวน้อย ๆ ทั้งสองได้รับสมัครหญิงตัวน้อย ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยใช้เรื่องราวเดียวกันในการพูดจาหว่านล้อม

ขั้นตอนที่สาม: ในบางช่วงบางตอน ผู้คนเริ่มตระหนักได้ว่า แท้จริงไม่มีใครต้องการจะซื้อตัวสินค้า "อัศจรรย์ A-3000" และก็ไม่มีใครที่กำลังขายตัวสินค้า "อัศจรรย์ A-3000" จริง ๆ แต่ประการใด เงินที่ขายได้ทั่งหมดถูกนำส่งตรงขึ้นไปด้านบน ในเวลาเดียวกัน เถ้าแก่ห้างก็กำลังทำงานอยู่ในร้านของเขา ตลกปกฮาไปวัน ๆ และว่ายน้ำอยู่ในบ่อเงินบ่อทองที่หลอกลวงได้มา

นี่ก็คือแชร์ลูกโซ่

สามประการที่ "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองในสุขภาพและความร่ำรวย" มีความเหมือนกันกับ แชร์ลูกโซ่

แล้วที่พูดมาทั้งหมดนี้ มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือของศิษยาภิบาล "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" หรือ ทุกอย่างเลยครับ เพราะว่า "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" มีอะไรที่เหมือนกันมาก ๆ กับแชร์ลูกโซ่ ในอย่างน้อยสามประการด้วยกัน

1. มันตั้งอยู่บนความสำเร็จของการหลอกลวงจากคนที่อยู่ด้านบน

ผมถูกศิษยาภิบาล "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" หลอกเหมือนกันกับคนที่ถูกหลอกในเกมแชร์ลูกโซ่ พวกเขาเห็นเถ้าแก่ที่ประสบความสำเร็จในร้าน แล้วก็เหมาเอาเองว่า: มันเป็นจริงกับเขานี่ เห็นหรือเปล่าล่ะ

ใช่ มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ และนั่นก็เป็นเพราะว่ามีคนจ่ายเงินให้กับบ้านของท่านศิษยาภิบาล ผมไง เมื่อผมซื้อหนังสือ และคนอื่นที่เหมือนผมอีกหลายล้านคน ผมสมาชิกนำเงิน-เมล็ดพันธ์แห่งความเชื่อมากองให้ที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์ คนที่ให้เงินเพื่อท่านศิษยาภิบาล "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" จะประสบกับความสำเร็จ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนที่อยู่ด้านล่างของแชร์ลูกโซ่ แน่นอน มันจึงเป็นจริงกับเขาได้ เพราะว่าเขาเป็นคนที่อยู่ด้านบน

2. มันเป็นเรื่องโกหกที่บอกเล่าให้กับคนที่หมดหวังฟังกัน

เช่นเดียวกับแชร์ลูกโซ่ "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองในสุขภาพและความร่ำรวย" จะเทศนาให้คนจนและคนหมดหวังฟัง เพื่อนผม Vallerian Mganga ที่ประเทศเคนยา บอกกับผมว่า "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองในสุขภาพและความร่ำรวย" เป็นเรื่องราวคริสเตียนเพียงเรื่องเดียวที่คนส่วนใหญ่จะเคยได้ยินกัน พ่อตาผมที่ให้คำปรึกษานักโทษในเรือนจำ บอกกับผมว่า เขาพบคำสอนเหล่านี้เป็นประจำในเรือนจำ ทำไมหรือ เพราะ "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองในสุขภาพและความร่ำรวย" จะล่าเหยือกับคนที่หมดหวังและต้องการจะได้รับการบรรเทา

นักศาสนศาสตร์ด้านพันธกิจโลก Paul Borthwick ได้เล่าเรื่องการเดินทางไปประเทศกานา ของเขาว่า เขาได้เห็นกับตาที่มีนักเทศน์น้ำหนัก 136 กก. คนหนึ่งใช้ร่างกายของเขาเองเป็นพยานพิสูจน์ความจริงว่า พระเจ้าได้ทรงอวยพรให้เขามากมายเพียงไร และจะอวยพรผู้ที่หว่านเมล็ดแห่งความเชื่อในการถวายทรัพย์ด้วย "เมื่อคุณมีความอยู่อย่างยากจน" มิชชันนารีที่ไปกับ Borthwick กล่าวว่า "คุณไม่ต้องการให้ใครมารักคุณ คุณต้องการฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่จะอวยพรให้คุณมีความเจริญรุ่งเรือง . . . [เขา] เหล่านั้นถูกสอนว่า [การถวายทรัพย์] เป็นวิธีที่จะปลดปล่อยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า"

"ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศาสนศาสตร์ที่ไม่ดีเท่านั้น มันยังเป็นรูปแบบคำสอนของการกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบกัน

3. ตอบสนองความโลภของเรา

เช่นเดียวกับแชร์ลูกโซ่ "ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง" ไม่จำเป็นต้องทำงานกับคนที่หมดหวังในทางการเงินเท่านั้น มันยังดึงดูดคนที่มีความโลภด้วย เราไม่ได้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เพราะว่าเราโง่ เราตกเป็นเหยื่อเพราะเราต้องการที่จะตกเป็นเหยื่อ ว่ากันอย่างงั้นเถิด เราต้องการเงิน สุขภาพ และชื่อเสียง ที่พวกเขาเสนอให้ – และเราต้องการพวกมันอย่างรวดเร็วด้วย เราต้องการเชื่อว่า ทั้งหมดจะสามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตาเดียวผ่าน "ความเชื่อ" ในสมองของเรา เราต้องการทุกสิ่งในทันที

ผมจะไม่มีวันลืมวันที่ผมท้าทายเพื่อนผมเรื่อง ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง ด้วยชีวิตของอัครทูตเปาโล เธอตอบว่า "ก็อาจารย์ไม่ได้มีความเชื่อที่เพียงพอ" นั่นคือสิ่งแชร์ลูกโซ่ทำกัน: พวกเขาบังคับให้เราต้องสยบต่อความโลภของเรา พวกเขาสามารถทำให้เราตาบอดกับทุก ๆ สิ่ง – ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ง่าย ๆ ก็ตาม – ซึ่งก็บอกชัดเจนว่า เรากำลังถูกหลอก

พระสัญญาที่แท้จริงขององค์พระเยซู

อย่าได้เข้าใจผมผิด: ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า พระเจ้าต้องการจะอวยพรผม ผมเชื่อว่าพระเจ้าทรงโปรดปรานผม ผมเชื่อว่าพระองค์ต้องการให้ผมมีชีวิตที่ดีที่สุด แต่ผมก็เชื่อว่าข่าวประเสริฐของพระเยซูดียิ่งกว่าข่าวประเสริฐแห่งความเจริญ รุ่งเรือง เพราะข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น พระเยซูลงมาเพื่อยกชูเราขึ้น แต่ าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรืองทำการบีบบังคับคน พระเยซูอยู่ด้วยกับคนยากจน ข่าวประเสริฐแห่งความเจริญรุ่งเรือง ทำให้เราเกิดความโลภ พระเยซูทรงทำลายความโลภเราลงด้วยพระสิริของพระองค์

ข่าวที่ดีอย่างแท้จริงคือ: พระพรของพระเยซูที่จัดเตรียมไว้ให้พวกเรานั้น มีมากยิ่งกว่าแค่การแสวงหาสุขภาพที่ดี ความร่ำรวย และความ สำเร็จส่วนตัวเท่านั้น พระองค์ประทานความสุขฝ่ายวิญญาณให้เรา (มธ. 5: 3) พระองค์ไม่ได้ให้แค่สิ่งดี ๆ แต่พระองค์ทรงปลอบประโลมผู้ที่โศกเศร้า (มธ. 5: 4) พระองค์ไม่ได้ให้บ้านที่ดีที่สุดในละแวกบ้านเรา แต่พระองค์ให้ความหวังในการฟื้นคืนพระชนม์ เมื่อเรายอมจำนนต่อพระองค์ (มธ. 5: 5) และพระองค์ไม่ได้ให้ "ความโปรดปรานเหนือธรรมชาติ" ที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ แต่ให้ความโปรดปรานนิรันดร์ของพระเจ้าขณะที่เราทำบาปผิดต่อพระองค์ (มธ. 5: 10-12)

พูดสั้น ๆ ก็คือ: พระเยซูเป็นพระเจ้าที่ดีกว่าพระเจ้า แน่นอนกว่า พระองค์ไม่ได้เป็นพนักงานขายแชร์ลูกโซ่ที่ยืนอยู่บนกองคำพูดหลอกลวงของความ ร่ำรวยและสุขภาพที่ดีบนโลกใบนี้ พระองค์เป็นพระเจ้าที่ลงมาจากที่สูงสุด วางตัวเองลงบนดินและเหยียดแขนออกบนกางเขน โดยได้มองข้ามที่สุขภาพที่ดี ความร่ำรวยและความอุดมสมบูรณ์ทั้งปวงบนโลกนี้ และมอบความร่ำรวยนิรันดร์ทุกสิ่งให้กับเรา

Nicholas McDonald เป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลคริสตจักร Carlisle Congregational กำลังเรียน M. Div. อยู่ที่โรงเรียนคริตศาสนศาสตร์ Gordon-Conwell เขากำลังเขียนหนังสือ Faker (The Good Book Company, 2015) และมีบล็อคคริสเตียนด้าน ศิลปะ วัฒนธรรม งานเขียน ที่ www.scribblepreach.com

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn