Print

การดูดศพคืออะไร? (What is Grave Sucking?)

Written by Karl Dahlfred on .

บทความนี้ถูกแปลจาก What is Grave Sucking? เขียนโดย ไมเคิล โบห์ม (Michael Boehm) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2014  คำแปลนี้ถูกโปสต์โดยรับอนุญาติจากผู้เขียน

คุณเคยได้ยินเรื่องการดูดศพไหม

คำสอน พระวจนะแห่งคำเชื่อ (Word of Faith) ของพวกแคริสเมติก จะบ้าบอไปได้มากกว่านี้ไหม คำสอนใหม่ของพวกคริสเตียนโรคจิตของคริสเตียนกลุ่มนี้มีชื่อเรียกกันว่า การดูดศพ

ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า การดูดศพ ผมคิดว่าเป็นการพูดเล่น คงจะไม่มีอ้ายงั่งหน้าไหนเชื่อเรื่องพรรณ์นี่กันแน่ แต่คุณเข้าใจผิด การดูดศพหรือคว้าของประทานศพเป็นความเชื่อและพฤติกรรมการดูดของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์จากกระดูกซากศพ อันเป็นคำสอนของคริสเตียนที่ว่า เมื่อคนที่มีของประทานของพระวิญญาณเสียชีวิตลงไป ของประทานหรือภารกิจได้ตายตามคน ๆ นั้นไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ พันธกิจพระเจ้าของผู้เชื่อคนนั้นถูกบั่นทอนลงเมื่อตายไป

"ยังมีบรรดาการเจิม บทบาทฝ่ายวิญญาน การสำแดง และความลี้ลับ ต่างๆ ที่อยู่มาจนทุกวันนี้โดยไม่มีการนำมาใช้  ณ.ที่นั้นๆซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งเอาไว้ เนื่องจากชนรุ่นซึ่งดำเนินในสิ่งเหล่านี้ไม่เคยส่งทอดมันต่อไป.  ผมเชื่อว่า เป็นไปได้ที่เราจะรื้อฟื้นมิติต่างๆแห่งการเจิม มิติต่างๆแห่งความเข้าใจ และมิติต่างๆของพระเจ้าที่ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ มานับหลายทศวรรษ  แค่โดยการเลือกที่จะนำสิ่งเหล่านี้กลับคืนมา และสืบทอดต่อไปสำหรับชนรุ่นต่อๆไปในอนาคต" - บิล จอห์นสัน (Bill Johnson)

บางที คริสเตียนคนนั้นอาจจะมีของประทานการรักษาโรค บางที คน ๆ นั้นอาจจะเป็นอัครทูต ผู้พยากรณ์ หรือนักประกาศ ซึ่งหมายความว่า คนเหล่านี้ต้องมีของประทานที่ว่าจริง ซึ่งผมก็ยังมีข้อสงสัยอยู่มาก แต่เอาล่ะ ความเชื่อที่ว่าคือ บัดนี้ แผนการของพระเจ้าและการทรงเจิมต้องหยุดชะงักลง แล้วพระเจ้าจะแก้ไขปัญหาและทำให้แผนการของพระองค์ดำเนินต่อได้อย่างไร

 

อธิบายคำว่า การดูดศพ

เราที่เป็นคริสเตียนต้องหาวิธีที่จะดึงเอาของประทาน หรือการเจิมของศพเน่าเปื่อยที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกหกฟุต ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้งานของพระเจ้าดำเนินต่อไปได้ โดยการวางมือของเราลงบนหลุมศพของผู้ตายหรือนอนทับบนหลุมฝังศพ บางที อาจจะต้องกล่าวคำอธิษฐานเพื่อให้การถ่ายโอนฤทธิเดชสำเร็จได้

ผมไม่ได้กำลังล้อคุณเล่น มีคริสเตียนที่เชื่อเช่นนั้นจริง ๆ แผนการของพระเจ้าต้องสะดุดลง และพระเจ้าต้องการพวกเราช่วยพระองค์กู้คืนของประทานที่สูญหายไปคืนมา เพื่องานของพระองค์เดินหน้าต่อไปได้ พวกเขาเชื่อว่า โดยการวางมือบนหลุมฝังศพ คริสเตียนจะสามารถดึงของประทานจากศพได้ มันเท่ากับว่า พวกเขาเชื่อว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องอะไรเลย และไม่รู้ว่า เมื่อคนที่พระองค์ทรงประทานของประทานให้นั้นได้ตายไปแล้ว ก็จะไม่สามารถรับใช้พระองค์ต่อไปอีกได้ แล้วอยู่ ๆ ของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็รู้สึกว่ามีคนกำลังนอนทับเหนือศีรษะบนดินหกฟุตที่ฝังกลบอยู่ ของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สนใจหรอกว่า ใครจะนอนทับอยู่ข้างบนเพื่อที่จะรอกระโจนใส่ร่างใหม่คนนั้นให้มีของประทานตามที่เคยประทานให้กับคนที่ตายไปแล้ว อีกครั้งหนึ่ง เราต้องสันนิษฐานว่า บุคคลที่อยู่ในหลุมฝังศพมีฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จริง ๆ

เบนนี่ ฮินน์ อ้างว่าเขารู้สึกถึงการเจิมพิเศษ ที่หลุมฝังศพของ Mystic Aimee Semple McPherson

"ผมรู้สึกว่าได้รับการเจิมอย่างอัศจรรย์ที่สุด ที่จริง ผม-ผม ฟังให้ดีน่ะ ผมตัวสั่นไปหมดเมื่อผมไปเยี่ยมหลุมฝังศพของ ไอมี่ ผมสั่นไปหมดทั้งตัว ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าเทลงมาล้นตัวผมหมด ... ผมเชื่อว่า การถูกเจิมของ ไอมี่ ยังเต็มล้นอยู่ในร่างศพชองไอมี่ ผมรู้ว่าคุณต้องตกใจแน่ ... และผมจะพาดาวิด [พาล์มควิสท์] และเคนท์ [แมทท๊อกซ์] และเชอร์รีล [พาล์มควิสท์] ไปด้วยในสัปดาห์นี้ พวกเขาจะไปกับผม คุณ-คุณ-คุณจะรู้สึกถึงการเจิมที่หลุมฝังศพของ ไอมี่ เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก และแคทรีน มันน่าทึ่งจริง ๆ ผมเคยได้ยินคนหายโรคเมื่อพวกเขาไปเยี่ยมหลุมฝังศพ พวกเขาจะได้รับการรักษาโดยฤทธิ์อำนาจพระเจ้า พี่น้องที่รักในพระคริสต์ มีบางสิ่งที่เราไม่อาจจะเข้าใจได้ พวกคุณได้ยินผมพูดอยู่หรือเปล่า" - เบนนี่ ฮินน์ (Benny Hinn)

การดูดศพหรือการคว้าของประทานเป็นทางลัดการรับฤทธิ์เดชพระวิญญาณ

สำหรับคริสเตียนแคริสเมติกที่เชื่อว่า การรับฤทธิ์เดชพระวิญญาณต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ความสำเร็จจะได้มาด้วยการเฝ้าอธิษฐาน นมัสการ คร่ำครวญ ทุ่มเท อดอาหารและการทำกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายเท่านั้น การคว้าของประทาน/การดูดศพ จึงเป็นหนทางลัดที่จะได้การรับฤทธิ์เดชพระวิญญาณได้ในพริบตา

"ในชีวิตจริงของเรา มรดก จะเป็นสิ่งของที่มีคุณค่าที่เราเก็บไว้ให้คนรุ่นต่อไป ซึ่งมักจะเป็นทรัพย์สินเงินทองที่คน ๆ หนึ่งเก็บหอมรอมริบไว้เป็นเวลานาน หากคุณได้รับมรดกเมื่อคุณยังอายุไม่มาก เช่นเมื่อยังหนุ่มแน่นอยู่ เพิ่งจะแต่งงานใหม่ ๆ มรดกที่ได้มาจะเป็นเงินทุนให้คุณ "สามารถซื้อ" สิ่งของที่อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่จะได้มา คุณอาจจะใช้ซื้อบ้านหรือเป็นค่าใช้จ่ายการเรียนหรือซื้อรถสักคัน มรดกจะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นได้ดีกว่าคนที่ไม่มี เป็นสิ่งที่คุณได้มาฟรี ๆ ในขณะที่คนอื่นต้องทำงานได้มา

มรดกฝ่ายวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ที่จะช่วยให้เราสามารถที่จะเริ่มต้นชีวิตคริสเตียนในระดับวิญญาณที่ปกติต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้มาได้ "เพดาน" ชีวิตของชั่วอายุของคน ๆ หนึ่งในพระเจ้า สามารถจะเป็น "ฐาน" จิตวิญญาณของคนในอีกช่วงอายุหนึ่ง - แคล เพียร์ซ (Cal Pierce)

"พระเจ้า หากคนตายสามารถถูกโยนใส่กระดูกเอลีชาแล้วฟื้นได้ ผมก็ขอการทรงเจิมบนกระดูกเหล่านี้ของจอห์น จี เลค" – แคล เพียร์ซ (Cal Pierce)

พระคัมภีร์สอนเรื่อง การดูดศพ อย่างไรบ้าง

สิ่งแรกเลยที่ต้องบอกก็คือ ไม่มีพระคัมภีร์ข้อไหนที่สอนเรื่องการดูดศพตรง ๆ มีอยู่ข้อเดียวที่อาจจะเกี่ยวโยงกับศพบ้างคือ 2 พงศ์กษัตริย์ ที่พูดถึงชายคนหนึ่งที่ฟื้นคืนชีพมาหลังสัมผัสซากกระดูกเอลีชา

2 พงศ์กษัตริย์ 13:21 “ครั้งหนึ่ง เมื่อเขากำลังฝังศพคนหนึ่ง นี่แน่ะ เขาเห็นโจรกลุ่มหนึ่ง เขาจึงโยนศพชายคนนั้นลงไปในอุโมงค์ของเอ‌ลี‌ชา พอศพชายคนนั้นแตะต้องกระ‌ดูกของเอ‌ลี‌ชา ชายนั้นก็คืนชีวิตลุกขึ้นยืน”

ให้เรามาดูข้อพระคัมภีร์ข้อนี้ให้ดี ๆ กัน ชายคนนี้ที่ฟื้นคืนชีพมาได้รับวิญญาณของเอลีชาหรือเปล่า ไม่ใช่เลย เขาได้สืบทอดงานรับใช้ของเอลีชาและกลายเป็นผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าหรือไม่ ได้รับการเจิมด้วยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์หรือเปล่า ก็ไม่ใช่เลย ชายคนนี้ฟื้นคืนชีพมาเฉย ๆ เท่านั้น แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่นักเทศน์ออกมาเทศน์สอนเรื่อง การดูดศพ โดยสอนว่า เป็นเพราะฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่หลงเหลืออยู่ในกระดูกของผู้เผยพระวจนะเอลีชา นั่นล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จริงเลย พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้อยู่ติดสนิทกับศพที่เน่าเปื่อย เอลีชาได้พยากรณ์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง เกี่ยวกับชัยชนะของ กษัตริย์โยซิอาห์ เหนือซีเรีย (2 พงศ์กษัตริย์ 13:15-18) และพระเจ้าได้ทรงวางลงซึ่งการสถาปานาคำพยากรณ์ของเอลีชา หรืออีกนัยหนึ่งคือ พระเจ้าบอกว่าสิ่งที่พยากรณ์ไว้จะเกิดขึ้นแน่นอน เท่านั้นเอง

พระเจ้าเองจะตัดสินใจว่าสมควรประทานอำนาจให้แก่ใคร

พระเจ้าเองจะเป็นผู้ประทานของประทานให้

พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าองค์ราชัน ที่ใครจะสั่งการพระองค์ไม่ได้

1 คร. 12:11 “พระวิญ‌ญาณองค์เดียวกันทรงทำและจัดสรรสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์”

ยากอบ 1:17 “ของประ‌ทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้างแห่งบรร‌ดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง”

พระเจ้าต้องการให้เราแสวงหาพระองค์

ทำไมเราจึงต้องไปดูดศพเพื่อรับพรจากพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้เราแสวงหาเพียงพระองค์ไม่ใช่หรือ

อิสยาห์ 8:19 และเมื่อเขาทั้งหลายกล่าวกับพวกท่านว่า “จงปรึก‌ษากับคนทรงหรือพ่อมดแม่มดผู้ร้องเสียงจ้อกแจ้กและเสียงพึม‌พำ” ไม่ควรหรือที่ประ‌ชาชนจะปรึก‌ษาพระเจ้าของเขา? ควรหรือที่เขาจะไปปรึก‌ษาคนตายเพื่อคนเป็น

หลุมฝังศพถือว่าเป็นสถานที่ไม่สะอาด

พันธสัญญาเดิมได้สอนค่อนข้างชัดเจนว่า การไปเยี่ยมหลุมฝังศพจะทำให้คนไม่สะอาด แล้วพระเจ้าจะสั่งให้คริสเตียนแสวงหาพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพื้นที่ที่ถือว่าไม่สะอาดได้อย่างไรกัน การดูดศพ จึงเป็นการกระทำที่ดูผิดพระลักษณะของพระเจ้า

กันดารวิถี 19:16 “ทุกคนที่อยู่ในพื้นทุ่งซึ่งแตะต้องคนที่ตายด้วยดาบ หรือแตะต้องศพหรือกระ‌ดูกคน หรือหลุมศพจะเป็นมลทินไปเจ็ดวัน”

ทำไมพระคัมภีร์จึงไม่สอนเรื่อง การดูดศพ ตรง ๆ

หากของประทานหรือหรือพระราชกิจของพระเจ้าที่ได้ทรงประทานให้กับใครบางคนได้สะดุดไปจริง ๆ เมื่อคนนั้นตายไป ทำไมพระเจ้าไม่ได้พูดอะไรไว้บางเลยในพระคัมภีร์ หากผู้เชื่อสามารถใช้ทางลัดรับของประทานพระวิญญาณ ทำไมพระเจ้าจึงไม่ได้บอกเราอย่างชัดเจนในพระคัมภีร์ ดูเหมือนว่าเรากำลังบอกว่าพระเจ้าได้ทำอะไรผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงหรือเปล่า

การดูดศพ เป็นพฤติกรรมการดูหมิ่นพระลักษณะของพระเจ้าของเราอย่างร้ายแรง

การสอนพระเจ้าในลักษณะเช่นนี้ ทำให้พระเจ้าดูเป็นว่า แผนการของพระองค์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเมื่อคนที่ได้ทรงเจิมไว้ตายลง และซ้ำร้ายกว่านั้น ลืมบอกคริสเตียนถึงวิธีการกู้แผนโดยการดูดพลังจากหลุมศพ เหลวไหลที่สุดเลยก็คือว่า พระเจ้าได้รอเวลาหลายพันปีก่อนจะตระหนักว่า พระองค์โง่ และต้องมาเปิดเผยความลับนี้ให้ "ผู้เผยพระวจนะ" ปัจจับันรู้

สรุป

การดูดศพ ไม่เพียงแต่ทำให้คริสเตียนดูเหมือนเป็นคนบ้าไปเท่านั้น แต่ยังไม่มีรากฐานคำสอนในพระวจนะของพระเจ้าแต่อย่างไร ไม่มีพระคัมภีร์แม้แต่ข้อเดียวที่สนับสนุนคำสอนไร้สาระนี้ พระลักษณะของพระเจ้ายังถูกดูหมิ่นดูแคลนว่าเป็นคนบ้าตามไปด้วย นอกจากนี้แล้ว ทำไมพระเจ้าถึงจะบอกคริสเตียนให้นอนลงบนหลุมฝังศพที่สกปรกเพื่อดูดของประทานส่วนที่เหลือของศพ มันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดีทั้งสิ้น พี่น้องที่รัก ให้เรากลับใจกันเถิด การดูหมิ่นพระเจ้าเป็นบาปที่ร้ายแรง ขอองค์พระเยซูเจ้าได้ทรงโปรดยกบาปผิดของเราที่ทำให้ลูกแกะของพระองค์สับสนไปหมด

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn