Print

Book Notes ~ January 2016

I am starting a new monthly feature of my blog, called “Book Notes”.  Each month I will write some brief notes on the books that I have read during the previous month.  My goal is to share with others what I have been reading and thinking about in hopes that perhaps someone else will discover a new book that will be interesting and helpful to them as well.   

Last year I spent too much time on Facebook, scrolling the newsfeed, reading interesting yet non-essential articles, and engaging in discussion and debate with other Facebookers (only some of whom are actual friends).  I don’t think that that was the best use of my time. For 2016, I have decided to drastically scale back on my Facebook usage.  I figured out that if I eliminate (as much as possible) my internet usage in the evening, I can spend an hour or more reading each night after the kids go to bed.  If I add in time spent reading on the Bangkok sky train and listening to audiobooks as I drive, I hope to dedicate a lot of time to reading this year.   

About a month ago, around New Year’s 2016, I read Tim Challies’s “100 Book Challenge” to read 100 books in 2016.  That seemed a bit too much for me but I have decided to try to read 50 books this year, or about 1 book per week.  Of course, there are no merit badges just for finishing books, but I think that reading whole books will give me much more information and food for thought than reading short blog articles that I happen to find online.  Hopefully, all this reading will help me be better equipped to teach my students at Bangkok Bible Seminary and to write Facebook and blog posts on missions, church, and theology.  It is sometimes tempting to abandon social media all together, but I can’t bring myself to pull the plug. I still see too many benefits.  However, I have decided to change my approach to social media.  I will spend less time online and more time reading books and creating meaningful content to post and share, rather than just reacting and responding to whatever shows up in my newsfeed.

So, without further ado, here are my book notes on what I have finished reading in January 2016. Hopefully you’ll find a book that you’d like to read.   

Print

2 Ways to Combat False Teaching

When you think about combating false teaching, what comes to mind?  A book about cults?  A discernment blogger exposing the latest heresy?  That guy who devotes all his free time to apologetics? In the mind of many, combating false teaching is mostly about saying somebody or something is wrong.  But that's not the whole picture.  In this post, I want to talk about 2 very different, but essential ways to address false teaching in the church today.  Both are needed, but they don't deserve equal time and priority in the teaching and preaching of churches.

1) The Negative Approach: "That's Wrong!"

The first way to combat false teaching is the one that most people are familiar with, but few people enjoy (though some people probably enjoy it too much).  It is the act of holding up a particular teaching or teacher and saying, "This is wrong" or "He is wrong" and then comparing that teacher and his teaching to Scripture to show where he (or she) has got it wrong.

Print

ฤทธานุภาพของพระวิญญาณในชีวิตจริง

ปัจจุบันนี้มีคริสเตียนจำนวนไม่น้อยที่อยากมีประสบการณ์กับฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์  แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจเรื่องฤทธานุภาพของพระวิญญาณอย่างถ่องแท้ได้? เมื่อเราเต็มด้วยพระวิญญาณอย่างแท้จริงแล้วจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเรา? มีข้อสงสัย และข้อถกเถียงกันอยู่เสมอในประเด็นนี้  แต่เราหมดข้อกังขาได้แล้ว เพราะอัครทูตเปาโลสอนเราในพระธรรมเอเฟซัส 3:14-21 ว่าฤทธานุภาพที่มาจากพระวิญญาณนั้นเป็นอย่างไร และเกิดผลอะไรบ้างในชีวิตของผู้เชื่อ  อาจารย์เปาโลได้อธิษฐานเผื่อพี่น้องคริสตจักรเอเฟซัสให้พระวิญญาณเกิดผลในชีวิตพวกเขา ดังต่อไปนี้ คือ 

  • “พระคริสต์จะสถิตในใจของท่านโดยทางความเชื่อ”(ข้อ 17)
  • “ท่านหยั่งรากและตั้งมั่นคงในความรัก”(ข้อ 17)
  • “สามารถหยั่งถึงความรักของพระคริสต์ว่ากว้างยาวสูงลึกปานใด”(ข้อ 18)
  • “ซาบซึ้งในความรักนี้ซึ่งเหนือกว่าความรู้”(ข้อ 19)
  • “ท่านบริบูรณ์ด้วยความสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้า”(ข้อ 19)
  • “พระเกียรติสิริมีแด่พระองค์ในคริสตจักรและในพระเยซูคริสต์” (ข้อ 21)

สรุปได้ว่าฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อาจารย์เปาโลต้องการจะเห็นนั้นคือ  พระวิญญาณทรงฤทธานุภาพในการเสริมสร้างพี่น้องคริสเตียนให้ซาบซั้งในความรักของพระคริสต์ และแสดงความรักของพระองค์ผ่านไปถึงซึ่งกันและกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เกิดผลอย่างนี้ในชีวิตของพี่น้องคริสเตียนแล้ว   ก็เป็นข้อพิสูจน์ ถึงฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์  และพระเกียรติสิริของพระองค์จะประจักษ์แจ้งให้ทุกคนได้เห็น

“14ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าลงต่อหน้าพระบิดา 15ผู้ทรงเป็นที่มาของนามแห่งตระกูลทั้งมวลของพระองค์ในสวรรค์และในแผ่นดินโลก 16ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าจากความไพบูลย์อันทรงเกียรติสิริของพระองค์ขอให้พระองค์ทรงทำให้ท่านเข้มแข็งขึ้นด้วยฤทธานุภาพผ่านทางพระวิญญาณของพระองค์ที่อยู่ภายในท่าน 17เพื่อพระคริสต์จะสถิตในใจของท่านโดยทางความเชื่อและข้าพเจ้าอธิษฐานว่าเมื่อท่านหยั่งรากและตั้งมั่นคงในความรักแล้ว 18ตัวท่านพร้อมกับประชากรทั้งหมดของพระเจ้าจะได้สามารถหยั่งถึงความรักของพระคริสต์ว่ากว้างยาวสูงลึกปานใด 19และซาบซึ้งในความรักนี้ซึ่งเหนือกว่าความรู้เพื่อท่านจะบริบูรณ์ด้วยความสมบูรณ์ทั้งสิ้นของพระเจ้า20บัดนี้ขอเทิดพระเกียรติพระองค์ผู้ทรงสามารถกระทำเกินกว่าที่เราจะทูลขอหรือคาดคิดได้ตามฤทธานุภาพของพระองค์ซึ่งกระทำการอยู่ภายในเรา 21ขอพระเกียรติสิริมีแด่พระองค์ในคริสตจักร และในพระเยซูคริสต์ตลอดทุกชั่วอายุสืบ ๆไปเป็นนิตย์! อาเมน” (เอเฟซัส 3:14-21)

 

bonfire flames

Print

ความหมายแท้ของคำว่า เรมา (Rhema)

ปัจจุบันนี้มีคริสเตียนบางกลุ่มนิยมเน้นใช้คำว่า “เรมา” (rhema) อย่างมาก โดยอ้างว่า “เรมา” คือถ้อยคำที่ผู้นำได้รับการเปิดเผยจากพระเจ้า ถือเป็นสิทธิอำนาจสูงสุด หรือ เป็นวิธีการเปิดเผยของพระเจ้าที่ให้แก่ผู้นำโดยตรง แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เราต้องถามตัวเราเองก่อนว่า ความหมายแท้จริงของคำว่า “เรมา” ตามพระคริสตธรรมคัมภีร์คืออะไร? มีความหมายตามที่บางกลุ่มได้อ้างหรือไม่? 

ในบทความข้างล่างนี้ ศจ.ดร. เสรี หล่อกัณภัย เลขาธิการสมาคมพระคริสตธรรมใทยได้อธิบายความหมายของคำว่า “เรมา” (rhema) ตามที่ใช้ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ โดยอ้างอิงจากต้นฉบับภาษากรีก