Print

คำเทศนา: ความรักมั่นคงของพระเจ้า (โฮเชยา 1-3)

Written by Karl Dahlfred on .

 

 

โฮเชยา 1-4:10
Thai New Contemporary Bible (TNCV)


1 พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า+ซึ่งมีมาถึงโฮเชยาบุตรเบเออรีในรัชกาลอุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์แห่งยูดาห์ และในรัชกาลเยโรโบอัมบุตรกษัตริย์เยโฮอาช[a]แห่งอิสราเอล

ภรรยากับลูกๆ ของโฮเชยา

2 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า+เริ่มตรัสผ่านโฮเชยานั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า+ตรัสกับเขาว่า “จงไปรับหญิงเจ้าชู้มาเป็นภรรยา และรับลูกๆ ที่เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ของนางมาด้วย เพราะว่าดินแดนนี้มีความผิดฐานล่วงประเวณีอย่างร้ายแรงที่สุดโดยการละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้า+” 3 ฉะนั้นโฮเชยาจึงแต่งงานกับโกเมอร์ธิดาของดิบลาอิม นางก็ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่งให้แก่เขา

4 แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้า+ตรัสกับโฮเชยาว่า “จงเรียกชื่อเด็กคนนี้ว่ายิสเรเอล เพราะในไม่ช้าเราจะลงโทษวงศ์วานของเยฮูเนื่องด้วยการประหารครั้งใหญ่ที่ยิสเรเอล และเราจะปิดฉากอาณาจักรอิสราเอลลง 5 ในวันนั้นเราจะหักธนูของอิสราเอลในหุบเขายิสเรเอล”

6 โกเมอร์ก็ตั้งครรภ์อีกและคลอดบุตรสาว แล้วพระองค์ตรัสกับโฮเชยาว่า “จงเรียกเด็กคนนี้ว่าโลรุหะมาห์[b] เพราะเราจะไม่แสดงความรักต่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลอีกต่อไป เราจะไม่อภัยให้พวกเขา 7 แต่เราจะแสดงความรักต่อพงศ์พันธุ์ยูดาห์และจะช่วยพวกเขา ไม่ใช่ด้วยธนู ดาบ สงคราม หรือด้วยม้าและพลม้า แต่โดยพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา”

8 หลังจากที่ให้โลรุหะมาห์หย่านมแล้ว โกเมอร์ก็มีบุตรชายอีกคนหนึ่ง 9 แล้วพระองค์ตรัสว่า “จงเรียกเขาว่าโลอัมมี[c] เพราะพวกเจ้าไม่ใช่ประชากรของเราและเราไม่ใช่พระเจ้าของเจ้า 10 “ถึงกระนั้นชนชาติอิสราเอลจะเป็นเหมือนเม็ดทรายที่ชายทะเลซึ่งตวงนับไม่ได้ ในที่ซึ่งพระเจ้าตรัสแก่เขาว่า ‘เจ้าไม่ใช่ประชากรของเรา’ พวกเขาจะได้ชื่อว่า ‘บุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่’ 11 ประชากรยูดาห์และอิสราเอลจะถูกรวมเข้าด้วยกันอีก และพวกเขาจะแต่งตั้งผู้นำคนหนึ่งและจะพากันออกมาจากแผ่นดินนั้น เพราะวันแห่งยิสเรเอลจะยิ่งใหญ่

2 “จงเรียกน้องชายของเจ้าว่า ‘ประชากรของเรา’ และเรียกพี่สาวของเจ้าว่า ‘ผู้เป็นที่รักของเรา’

อิสราเอลถูกลงโทษและกลับสู่สภาพดี

2 “จงตำหนิมารดาของเจ้า จงตำหนินางเถิด

เพราะนางไม่ใช่ภรรยาของเรา

และเราไม่ใช่สามีของนาง

ให้นางทิ้งความยั่วยวนจากใบหน้าของนาง

และทิ้งความไม่ซื่อสัตย์จากอกของนางเถิด

3 มิฉะนั้นเราจะเปลื้องนางให้เปลือยเปล่า

ล่อนจ้อนเหมือนวันที่นางเกิดมา

เราจะทำให้นางเหมือนถิ่นกันดาร

ให้นางเป็นดินแดนแห้งผาก

และประหารนางด้วยความกระหาย

4 เราจะไม่แสดงความรักต่อลูกๆ ของนาง

เพราะเป็นลูกชู้

5 แม่ของเขาไม่ซื่อสัตย์

และให้กำเนิดพวกเขามาอย่างน่าอดสู

นางกล่าวว่า ‘ฉันจะตามบรรดาชู้รักไป

เขาให้อาหารและน้ำ

ให้ขนสัตว์ ผ้าลินิน น้ำมัน และเครื่องดื่มแก่ฉัน’

6 ฉะนั้นเราจะเอาพุ่มหนามกีดขวางหนทางของนาง

เราจะล้อมกรอบจนนางหมดทางไป

7 นางจะวิ่งไล่ตามชู้รัก แต่ไม่ทัน

นางจะเสาะหาพวกเขา แต่ไม่พบ

แล้วนางจะบอกว่า

‘ฉันจะกลับไปหาสามีคนแรกของฉัน

เพราะเมื่อก่อนฉันมีชีวิตที่ดีกว่านี้มากนัก’

8 นางไม่รับรู้ว่าเรานี่แหละ

คือผู้ที่ให้เมล็ดข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมันแก่นาง

คือผู้ที่ให้เงินและทอง

ซึ่งพวกเขาใช้บูชาพระบาอัล

9 “ดังนั้นเราจะริบเมล็ดข้าวของเราเมื่อมันสุก

และริบเหล้าองุ่นใหม่เมื่อได้ที่แล้ว

เราจะเอาผ้าขนสัตว์และผ้าลินินของเราคืน

ซึ่งเราตั้งใจให้นางไว้ปกปิดความเปลือยเปล่าของนาง

10 ดังนั้นในบัดนี้เราจะแฉความสำส่อนของนาง

ต่อหน้าชู้รักทั้งหลาย

และจะไม่มีผู้ใดช่วยนางให้พ้นมือเราไปได้

11 เราจะยุติงานฉลองทั้งปวงของนาง

ได้แก่เทศกาลประจำปีทั้งหลาย วันขึ้นหนึ่งค่ำและวันสะบาโต

ทั้งหมดนี้เป็นเทศกาลตามกำหนดของนาง

12 เราจะทำลายบรรดาเถาองุ่นและต้นมะเดื่อของนาง

ซึ่งนางกล่าวว่าชู้รักให้มาเป็นค่าตัว

เราจะทำให้มันกลายเป็นพุ่มหนาม

และสัตว์ป่าทั้งหลายจะเข้ามารุมกิน

13 เราจะลงโทษนาง

ที่นางเผาเครื่องหอมบูชาแก่พระบาอัลในวันเหล่านั้น

นางประดับกายด้วยแหวนและเพชรพลอยแพรวพราว

แล้วโลดแล่นตามชู้รักไป

แต่นางกลับลืมเรา”

องค์พระผู้เป็นเจ้า+ประกาศดังนั้น

14 “ดังนั้นเรากำลังจะเกลี้ยกล่อมนาง

เราจะพานางเข้าไปในถิ่นกันดาร

และพูดกับนางอย่างอ่อนโยน

15 ที่นั่นเราจะคืนสวนองุ่นแก่นาง

และจะทำให้หุบเขาอาโคร์[d]กลายเป็นประตูแห่งความหวัง

ที่นั่นนางจะร้องเพลง[e]เหมือนเมื่อครั้งแรกรุ่น

เหมือนวันที่นางออกมาจากอียิปต์”

16 องค์พระผู้เป็นเจ้า+ประกาศแก่ชาวอิสราเอลว่า

“ในวันนั้นเจ้าจะเรียกเราว่า ‘สามีของฉัน’

และไม่เรียกว่า ‘นายของฉัน[f]’ อีกต่อไป

17 เราจะกำจัดชื่อของพระบาอัลออกจากริมฝีปากของนาง

จะไม่มีการเอ่ยถึงชื่อเหล่านี้อีกต่อไป

18 ในวันนั้นเราจะทำพันธสัญญา

กับสัตว์ในท้องทุ่ง นกในอากาศ

และสัตว์ที่เลื้อยคลานเพื่อพวกเจ้า

เราจะกำจัดธนู ดาบ และสงคราม

ให้หมดสิ้นจากดินแดนนี้

เพื่อทุกชีวิตจะอยู่อย่างปลอดภัย

19 เราจะหมั้นเจ้าไว้ให้เป็นของเราชั่วนิรันดร์

เราจะหมั้นเจ้าไว้ใน[g]ความชอบธรรมและความยุติธรรม

ใน[h]ความรักและความเห็นอกเห็นใจ

20 เราจะหมั้นเจ้าไว้ในความซื่อสัตย์

และเจ้าจะรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า+”

21 องค์พระผู้เป็นเจ้า+ประกาศว่า

“ในวันนั้นเราจะตอบสนอง

โดยเราจะทำให้ท้องฟ้าเกิดฝน

ตามคำเรียกร้องของแผ่นดิน

22 และจะให้ผืนดินเกิดเมล็ดข้าว

เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน

ตามคำเรียกร้องของยิสเรเอล [i]

23 เราจะปลูกนางไว้ในดินแดนนั้นเพื่อเรา

เราจะแสดงความรักแก่ผู้ที่เราเรียกว่า ‘ไม่เป็นที่รักของเรา[j]’

เราจะเรียกผู้ที่ ‘ไม่ใช่ประชากรของเรา[k]’ ว่า ‘เจ้าคือประชากรของเรา’

และพวกเขาจะเรียกเราว่า ‘พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเรา’ ”

โฮเชยาคืนดีกับภรรยา

3 องค์พระผู้เป็นเจ้า+ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงไปแสดงความรักแก่ภรรยาของเจ้าอีกครั้ง แม้ว่ามีคนอื่นรักนางอยู่และนางคบชู้ จงรักนางเหมือนที่องค์พระผู้เป็นเจ้า+ทรงรักชนอิสราเอล แม้ว่าพวกเขาหันไปหาพระอื่นๆ และรักขนมลูกเกดที่ถวายแก่พระเหล่านั้น”

2 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงซื้อตัวนางคืนมาด้วยเงินหนัก 15 เชเขล[l] และข้าวบาร์เลย์ประมาณ 330 ลิตร[m] 3 ข้าพเจ้าจึงบอกนางว่า “เจ้าจะต้องอยู่กับเราหลายวัน เจ้าต้องเลิกทำตัวเป็นโสเภณี และไม่ทำตัวใกล้ชิดกับชายใดๆ แล้วเราจะอยู่กับ[n]เจ้า”

4 ฉะนั้นชาวอิสราเอลจึงอยู่โดยไม่มีกษัตริย์หรือเจ้านาย ไม่มีการถวายเครื่องบูชาหรือมีศิลาศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีเอโฟดหรือรูปเคารพเป็นเวลานาน 5 หลังจากนั้นชนชาติอิสราเอลจะกลับมาแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาและดาวิดกษัตริย์ของเขา พวกเขาจะตัวสั่นเข้ามาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า+และกลับมาหาพระพรของพระองค์ในบั้นปลาย

ข้อกล่าวหาต่ออิสราเอล

4 ชนอิสราเอลทั้งหลาย จงฟังพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า+

เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้า+ทรงมีข้อกล่าวหา

ต่อเจ้าผู้อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ ความว่า

“ในดินแดนนี้ไม่มีความซื่อสัตย์ ไม่มีความรัก

ไม่ยอมรับรู้พระเจ้า

2 มีแต่การสาปแช่ง[o] การโกหก และการเข่นฆ่า

การลักขโมย และการล่วงประเวณี

พวกเขาละเมิดพันธะผูกพันต่างๆ

และเข่นฆ่ากันครั้งแล้วครั้งเล่า

3 ด้วยเหตุนี้แผ่นดินจึงโศกเศร้าคร่ำครวญ[p]

และทุกคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้ก็เสื่อมสูญไป

สัตว์ในท้องทุ่ง นกในอากาศ

และปลาในทะเลกำลังจะตายไป

4 “แต่อย่าให้ใครฟ้องร้อง

อย่าให้ใครกล่าวโทษคนอื่น

เพราะประชากรของเจ้า

ก็เป็นเหมือนคนที่ฟ้องร้องกล่าวโทษปุโรหิต

5 เจ้าสะดุดล้มทั้งวันทั้งคืน

และบรรดาผู้พยากรณ์ก็สะดุดล้มไปกับเจ้า

ฉะนั้นเราจะทำลายมารดาของเจ้า

6 ประชากรของเราถูกทำลายไปเพราะขาดความรู้

“เนื่องจากเจ้าปฏิเสธความรู้

เราจึงไม่ยอมรับว่าพวกเจ้าเป็นปุโรหิตของเรา

เนื่องจากเจ้าเพิกเฉยต่อบทบัญญัติของพระเจ้าของเจ้า

เราจึงเพิกเฉยต่อลูกๆ ของเจ้า

7 จำนวนปุโรหิตเพิ่มมากขึ้นเท่าใด

พวกเขาก็ยิ่งทำบาปต่อเรามากขึ้นเท่านั้น

พวกเขาได้แลก[q]องค์ผู้ทรงเกียรติสิริของพวกเขา[r]กับสิ่งที่น่าละอาย

8 พวกเขาเลี้ยงชีพด้วยบาปของประชากรของเรา

และชื่นชอบความชั่วร้ายของพวกเขา

9 และจะเป็นเช่นนี้คือ ประชาชนเป็นอย่างไรปุโรหิตก็เป็นอย่างนั้น

เราจะลงโทษทั้งสองฝ่ายเนื่องด้วยวิถีความประพฤติของพวกเขา

และตอบสนองการกระทำของพวกเขา

10 “พวกเขาจะกิน แต่ไม่อิ่ม

พวกเขาจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นโสเภณี แต่จะไม่มีลูก

เพราะพวกเขาละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้า+

ยอมตัว

 

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google BookmarksSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn
Tags: Sermons